Resistivity Imaging หรือ ERT (Electrical Resistivity Tomography) คือการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าตรง (DC) ลงสู่ดิน แล้ววัดค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า เพื่อคำนวณค่าความต้านทานไฟฟ้าจำเพาะของชั้นดิน-หิน สร้างเป็น ภาพตัดขวาง 2D/3D ใต้ดิน ได้อย่างแม่นยำ

🏔️ เครื่องมือนี้เคยใช้ในปฏิบัติการถ้ำหลวง 2561

เครื่อง Resistivity Imaging ถูกนำมาใช้ในปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เพื่อหาตำแหน่งเส้นทางน้ำใต้ดินและโพรงถ้ำ ช่วยในการวางแผนสูบน้ำและขุดเจาะเข้าไปในถ้ำ

2D / 3D
ภาพตัดขวางใต้ดิน
1–100+ m
ความลึกสำรวจได้
Real-time
แสดงผลในสนาม

ERT ทำงานอย่างไร?

การสำรวจ ERT ใช้การจัดขั้วอิเล็กโตรด (Electrode Array) ตามแนวสำรวจ โดยปล่อยกระแสไฟฟ้าตรงลงสู่ดิน ค่าการเปลี่ยนแปลงของความต่างศักย์ไฟฟ้าและทางเดินกระแสไฟฟ้าจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของดิน-หิน ซึ่งประกอบด้วยแร่องค์ประกอบ ของเหลวในรูพรุน และองค์ประกอบอื่น ๆ

การสำรวจ Resistivity Imaging ERT การจัดวางอิเล็กโตรด
การจัดวางอิเล็กโตรดและการสำรวจ ERT ในภาคสนาม

เมื่อทราบค่ากระแสไฟฟ้าและความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างขั้วไฟฟ้า สามารถคำนวณค่าความต้านทานไฟฟ้าจำเพาะได้ จากนั้นนำข้อมูลที่ได้ไปประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์เช่น Res2dinv เพื่อสร้างภาพตัดขวาง 2 มิติ แสดงการกระจายตัวของค่าความต้านทานไฟฟ้าใต้ดิน

ผลการสำรวจ ERT Resistivity 2D
ตัวอย่างผล ERT 2D แสดงค่าความต้านทานไฟฟ้าใต้ดิน

เป้าหมายของการสำรวจ ERT

การสำรวจด้วยวิธี ERT จะไม่ได้สัมผัสกับสิ่งที่ทำการสำรวจโดยตรง แต่อาศัยคุณสมบัติทางกายภาพของวัตถุเป็นตัวบอก วัสดุต่างชนิดกันจะมีค่าความต้านทานไฟฟ้าที่แตกต่างกัน:

วัสดุค่าความต้านทาน (Ω·m)การแปลผล
ดินเหนียวอิ่มตัวน้ำ1–10ต่ำมาก — ชั้นน้ำบาดาล/ดินโคลน
ทรายอิ่มตัวน้ำ10–100ต่ำ — แหล่งน้ำบาดาลทั่วไป
หินปูน / หินแกรนิต100–10,000+สูง — หินฐานแข็ง
โพรงอากาศ>10,000สูงมาก — โพรง/ถ้ำ

การประยุกต์ใช้ ERT

  • หาชั้นน้ำบาดาล — ระบุตำแหน่งและขอบเขตชั้นน้ำ รวมถึงรอยต่อน้ำจืด-น้ำเค็ม
  • หาโพรง รอยแตก รอยเลื่อน — ตรวจหาโพรงใต้พื้นผิว รอยแตกในหิน และรอยเลื่อนทางธรณีวิทยา
  • หินฐาน (Bedrock) — หาความลึกและรูปร่างของหินฐานสำหรับงานฐานราก
  • ตรวจรั่วซึมเขื่อน — ตรวจหาการรั่วซึมภายในและใต้ฐานรากเขื่อน
  • ประเมินถนนและลาดดิน — ประเมินความเสียหายโครงสร้างทาง และเสถียรภาพลาดดิน
  • ตรวจหาการปนเปื้อน — ระบุขอบเขตการปนเปื้อนของสารโลหะหนักและไฮโดรคาร์บอน
ERT หาโพรงใต้ดิน
ตัวอย่าง ERT หาโพรงใต้ผิวดิน
ERT สำรวจชั้นน้ำบาดาล
ERT สำรวจชั้นน้ำบาดาล

ข้อจำกัดของการสำรวจ ERT

  • หากกระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลลงดินได้ (เช่น ดินแห้งมาก) จะไม่สามารถสำรวจได้
  • ตัวนำไฟฟ้าใกล้พื้นที่ เช่น ท่อโลหะหรือสายไฟ จะรบกวนผลการสำรวจ
  • ค่าความต้านทานต่ำที่ผิวดิน (เช่น ดินเหนียว) อาจกันไม่ให้กระแสไฟฟ้าไหลลึกได้
  • การแปลผลต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความรู้ด้านธรณีวิทยาของพื้นที่

เครื่องมือ ERT ที่ใช้งานได้จริง

เครื่องมือหลักที่ใช้สำหรับการสำรวจ ERT คือ ABEM Terrameter LS 2 จาก Guideline Geo ซึ่งสามารถสำรวจได้ทั้ง 1D, 2D และ 3D ERT พร้อมวัดค่า IP (Induced Polarization) ได้พร้อมกัน ระบบ Remote Control ช่วยให้สามารถควบคุมการสำรวจจากระยะไกล และ GPS ในตัวช่วยบันทึกพิกัดตำแหน่งโดยอัตโนมัติ

ABEM Terrameter LS 2
สำรวจ 1D/2D/3D ERT
วัด IP พร้อมกัน
Remote Control
GPS ในตัว
แสดงผล Real-time
รองรับ 4 สาย Roll-along
ดูรายละเอียดเครื่องมือ →

คำถามที่พบบ่อย

Resistivity Imaging คืออะไร?
ERT คือการสำรวจความต้านทานไฟฟ้าจำเพาะใต้ดิน โดยปล่อยกระแสไฟฟ้า DC ลงดินแล้ววัดความต่างศักย์ไฟฟ้า ประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์สร้างภาพ 2D/3D ของชั้นวัสดุใต้ดิน
ERT ใช้ทำอะไรได้บ้าง?
หาชั้นน้ำบาดาล โพรง รอยแตก หินฐาน ตรวจรั่วซึมเขื่อน ประเมินถนน และหาขอบเขตการปนเปื้อนใต้ดิน
ERT ต่างจาก Seismic Survey อย่างไร?
ERT ใช้กระแสไฟฟ้าวัดค่าความต้านทาน เหมาะหาน้ำ มลพิษ และโพรง ส่วน Seismic ใช้คลื่นเสียงวัดความเร็ว เหมาะหาชั้นดิน-หินสำหรับงานฐานราก ทั้งสองวิธีมักใช้ร่วมกันเพื่อผลสำรวจที่ครบถ้วน

สนใจเครื่องมือ ERT / Resistivity Imaging?

ATE เป็นตัวแทนจำหน่าย ABEM Terrameter LS 2 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมบริการอบรมและสนับสนุนทางเทคนิค